เป็นเลิศด้านวิชาการ เพื่อรับใช้สังคม Hec Cmu ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “หริภุญไชย” จังหวัดลำพูน

สถาบันอุดมศึกษาดำเนินการ ผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการ ทางวิชาการแก่สังคมและบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ

ในปีพ.ศ. ๒๕๔๓ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมให้เกิดความพร้อมเพื่อประโยชน์ในการขยายงานทางวิชาการต่อไปอีกทั้งจากนโยบายการเปลี่ยนสถานะให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทำให้ต้องมีการจัดการเตรียมความพร้อมเพื่อบริหารงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อโครงการออกแบบวางผังแม่บท ๓๐ปี ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “หริภุญไชย” จังหวัดลำพูนขึ้น โดยมอบหมายให้ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาจากภายนอกรับผิดชอบทำการศึกษาออกแบบวางผังให้สามารถนำไปใช้ในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์การศึกษาฯ ออกแบบวางผังแม่บท ๓๐ ปี ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “หริภุญไชย” จังหวัดลำพูน สามารถสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยได้อย่างสมบูรณ์พร้อมทั้งสอดคล้องและเอื้อประโยชน์ให้ได้ทั้งในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่นระดับภูมิภาคและในระดับมหภาคและมหาวิทยาลัยได้เริ่มดำเนินการ ก่อสร้างอาคารและให้บริการด้านการเรียนการสอน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา

วิสัยทัศน์
ปณิธาน
พันธกิจ
เป้าหมาย

แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ.2566-2570)

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยได้จัดทำแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) ขึ้น เพื่อเป็นแผนกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายสำหรับขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยรวม ให้ตอบสนองต่อเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งในระดับพื้นที่และประเทศ อาทิ นักศึกษา ผู้เรียน ผู้ใช้บัณฑิต ชุมชน สังคม องค์กรของรัฐและเอกชนที่เป็นผู้ใช้ผลงานทางวิชาการและวิจัย เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยและประเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ด้วยสมรรถนะหลักที่มุ่งเน้นการบูรณาการความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่หลากหลาย เพื่อสร้างนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงการบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในระยะ 4 ปี (พ.ศ.2566-2570) งานแถลงข่าวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ว่าแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 ได้กำหนดวิสัยทัศน์ "มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม" โดยได้ออกแบบระบบและกลไกการบริหารงานให้สอดรับกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Objectives) ที่กำหนดไว้ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ SO1 สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านนวัตกรรมเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Biopolis Platform) SO2 สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ (Medicopolis Platform) SO3 สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านล้านนาสร้างสรรค์ (Creative Lanna Platform) SO4 สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการจัดการศึกษา (Educational Platform) SO5 สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการวิจัยและนวัตกรรม (Research and Innovation Platform) SO6 บริหารจัดการองค์กรเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (CMU Excellence Management Platform) พร้อมกันนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ปักธงเพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม (Innovation University) นับเป็นโจทย์ท้าทายที่มีความสำคัญในยุคปัจจุบัน โดยจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย นำความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะนวัตกรรมทางการศึกษาซึ่งถือเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยมีความจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว (Educational Innovation) ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องเร่งกระบวนการในการผลักดันการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรที่มีอยู่ของมหาวิทยาลัย ได้แก่ นักวิจัย บุคลากร นักศึกษา เครื่องมือวิจัย องค์ความรู้ งานวิจัยภูมิปัญญา ให้นำไปสู่การใช้งานจริงเพื่อสร้างนวัตกรรมผ่านกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) การสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ (ทั้งที่เป็น Hi-Tech Start-up และ Hi-Touch Start-up) รวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมและชุมชน (Social Innovation) ที่ต่อยอดความสำเร็จของการเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม สามารถส่งต่อนวัตกรรมไปสร้างความเข้มแข็ง และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับภาคประชาชนบนพื้นฐานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างนวัตกรรมระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อาทิ นโยบายด้านนวัตกรรมเศรษฐกิจฐานชีวภาพ BCG Valley in CMU Biopolis Platform เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาด้าน BCG ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อขยายผลสู่ระดับประเทศและนานาชาติ เช่น Agri Smart Engine for SDGs (เกษตรอัจฉริยะอย่างยั่งยืน): การสร้างระบบการเกษตรที่ทันสมัย ใช้ AI และมีมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย ได้ผลผลิตสูง ช่วยให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ส่งผลต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดภาระด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ Medicopolis Platform เช่น “Health Care Service System and Medical Hub” จัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพและนวัตกรรมสุขภาพ ตลอดจนสร้างระบบดูแลสุขภาพแบบเชื่อมโยงในกลุ่มโรคที่สำคัญ ที่สามารถเป็นต้นแบบในระดับประเทศ เพื่อดูแลสุขภาพของนักศึกษา บุคลากร และประชาชนเชียงใหม่ ที่จะผลักดันและพัฒนาให้เชียงใหม่เป็นย่านนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ นโยบายด้านล้านนาสร้างสรรค์ (Creative Lanna Platform) เช่น เปิดพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อชาว มช.(Creative Lanna Open Space) เน้นการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ทั่ว มช. ทั้งในรูปแบบ onsite สำหรับงานสร้างสรรค์และออกแบบที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงการทำเวิร์คช็อป การวิจัย การพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน และยังเป็นพื้นที่สำหรับนักศึกษาบุคลากรหรือบุคคลทั่วไปที่ให้ความสนใจด้านงานสร้างสรรค์มาแลกเปลี่ยนไอเดีย และรูปแบบ on cloud ที่เป็นพื้นที่เผยแพร่ผลงาน รวมถึงให้บุคคลทั่วไปได้เข้าถึง และใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ด้านล้านนาสร้างสรรค์ นโยบาย CMU Smart City เมืองอัจฉริยะมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการเมือง บูรณาการเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่า และนำมาต่อยอดให้ใช้งานได้จริง เช่น CMU Open Data ที่จะสร้างระบบการบูรณาการทางด้านข้อมูลในทุกมิติให้กับมหาวิทยาลัย เพื่อให้ทุกส่วนงานแลกเปลี่ยนและใช้ข้อมูลระหว่างกันได้ ส่งผลให้การดำเนินงานต่างๆ มีความถูกต้องและรวดเร็ว นโยบายด้านการจัดการ PM2.5 ในโครงการพีเอ็ม2.5 และมลพิษที่เกี่ยวข้อง จากพื้นที่สู่ห้องปฏิบัติการสู่การวิจัยทางคลินิก โดยประยุกต์ใช้โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่สร้างสมดุล ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ (Bio – Circular - Green หรือ BCG Economy) เพื่อปัญหาสำคัญของพื้นที่ภาคเหนือ นโยบายและการดำเนินการต่างๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่บรรลุวิสัยทัศน์ของการเป็น "มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม สามารถสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญและมีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก" ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง มหาวิทยาลัยได้จัดทำเว็บไซต์นโยบายแผน 13 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://policy13.cmu.ac.th/ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานในด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดยได้เผยแพร่ 92 นโยบาย ที่สอดรับกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 6 ด้านหลัก พร้อมทั้งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย มีช่องทางเปิดรับฟังทุกความเห็น เพื่อนำข้อเสนอแนะต่างๆ ไปพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น การก้าวอย่างไม่หยุดนิ่งของทุกส่วนในการดำเนินงานตามนโยบายแผน 13 มช. ได้ตั้งเป้าหมายวิสัยทัศน์ในการบริหารว่า จะพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก โดย Time Higher Education University Impact Ranking (THE UIR) อยู่ใน 50 อันดับแรกของโลก รวมถึงมุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่มีประโยชน์เพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม (Socio-Economic Impact) มากกว่า 60,000 ล้านบาท และนำมหาวิทยาลัยให้ได้รับการประเมินคุณภาพองค์กรตามเกณฑ์ Thailand Quality Award อยู่ในระดับ Thailand Quality Class Plus TQC+ (Innovation)

ศูนย์การศึกษา มช. ผ่านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร

ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "หริภุญไชย" จังหวัดลำพูน ได้ผ่านการรับรองการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) และได้รับเครื่องหมายรับรองคาร์บอนนิวทรัล (Carbon Neutral Certificate) ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "หริภุญไชย" จังหวัดลำพูน สำนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 114 องค์กรที่ได้รับการรับรองการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและได้รับเครื่องหมายรับรองคาร์บอนนิวทรัล (Carbon Neutral Certificate) ซึ่งเป็น 1 ใน 24 องค์กรที่ได้รับเครื่องหมายรับรองคาร์บอนนิวทรัล โดยการรับรองจากคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ครั้งที่ 1/2567 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เป็นผลงานจากการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ผลักดันยุทธศาสตร์เชิงรุกด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความพร้อมของผลงานทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก องค์ความรู้ งานวิจัยพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่สามารถใช้เป็นฐานในการขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่มุ่งมั่นในการเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral University) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาของโลกอย่างยั่งยืน โดยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนตั้งเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ.2575 และเป็นต้นแบบสถาบันการศึกษาที่มุ่งแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืน

เครือข่ายสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน69

จังหวัดลำพูน ร่วมกับ ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. - มช. จัดการฝึกอบรมหลักสูตร “การเสริมสร้างเครือข่ายสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและเครือข่ายสมาชิกทรัพยากรท้องถิ่น” เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พิธีเปิดการอบรมได้รับเกียรติจาก นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี และนายสุริยัน เดชรักษา ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์เเละข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดลำพูน เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีบุคลากรทางการศึกษาผู้รับผิดชอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเข้าร่วมการอบรมอย่างพร้อมเพรียง และได้รับความรู้จากคณะเจ้าหน้าที่ศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มาสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงาน การจัดอบรมในครั้งนี้ เป็นไปตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับองค์ความรู้และขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในส่วนของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและเครือข่ายทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน

สวนพฤกษศาสตร์เครือข่ายสมาชิกทรัพยากรท้องถิ่น 69

จังหวัดลำพูน จับมือ มช. จัดอบรมสร้างเครือข่าย อพ.สธ. หนุนบุคลากรท้องถิ่นและส่วนภูมิภาคร่วมอนุรักษ์ทรัพยากร จังหวัดลำพูน ร่วมกับ ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. - มช. เดินหน้าจัดการฝึกอบรมหลักสูตร “การเสริมสร้างเครือข่ายสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและเครือข่ายสมาชิกทรัพยากรท้องถิ่น” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน การอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในด้านงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและเครือข่ายสมาชิกทรัพยากรท้องถิ่น สำหรับผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นนี้ ประกอบด้วย บุคลากรจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นสมาชิก อพ.สธ. และข้าราชการจากส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาค ซึ่งร่วมระดมสมองและแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างพร้อมเพรียง โดยมีคณะเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ตลอดการอบรม

วิสาขบูชา 69

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะกรรมการดำเนินงานด้านส่งเสริมศาสนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม รองศาสตราจารย์ ดร.ประโยชน์ อุนจะนำ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาและพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคล สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และถวายเป็นพุทธบูชา เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ณ ข่วงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันวิสาขบูชาในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นวันสำคัญของโลก ตามมติสมัชชาสหประชาชาติ ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 ประการ คือ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า โดยเกิดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันเพ็ญเดือนวิสาขะต่างปีกัน ชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง สมควรที่พุทธศาสนิกชนจะเจริญพุทธานุสสติ รำลึกถึงพระอธิคุณและปฏิบัติถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า และส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนตระหนักถึงความสำคัญของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

สร้างฝายชุมชนห้วยทรายขาว 69

ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคม บูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายภาคประชาชน จัด “โครงการทำฝายเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ” ลงพื้นที่สร้างฝายกึ่งถาวรเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำหลาก ณ พื้นที่ชุมชนพัฒนาห้วยทรายขาว หมู่ที่ 1 ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา การดำเนินงานในครั้งนี้ เป็นการรวมพลังระหว่าง บุคลากรงานอาคารสถานที่และสาธารณูปการ ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ราษฎรในพื้นที่ชุมชนห้วยทรายขาวรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง โดยหลอมรวมองค์ความรู้เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนรู้รูปแบบและลงมือสร้างฝายกึ่งถาวร เพื่อชะลอการไหลของน้ำ กักเก็บตะกอนดิน และสร้างความชุ่มชื้นคืนสู่ผืนป่าต้นน้ำ เป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแก้ไขปัญหาทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมบริหารจัดการและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และส่งต่อจิตสำนึกการอนุรักษ์จากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

วันต้นไม้ประจำปีของชาติ และวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569

มช. ลำพูน ขานรับนโยบาย อว. จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ 2569 มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนลำพูน (5 มิถุนายน 2569) – ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อม จัด “โครงการจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2569” ณ ศูนย์รวบรวมพันธุ์พืชพื้นถิ่นและแปลงวนเกษตร ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการขานรับแนวทางของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกรมป่าไม้ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประโยชน์ อุนจะนำ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาฯ เป็นประธานเปิดโครงการฯ พร้อมด้วยบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมปลูกและดูแลรักษาต้นไม้พื้นถิ่นอย่างพร้อมเพรียง โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้บุคลากรเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศที่ดีและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาวอย่างยั่งยืน

โครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาองค์กร 69

รองศาสตราจารย์ ดร.ประโยชน์ อุนจะนำ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานเปิด “โครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาองค์กร ประจำปี 2569” เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะบุคลากรสู่การบริการที่เป็นเลิศและการปรับตัวในยุคดิจิทัล โดยมี คุณชัชพล กุลโพธิสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมในการทำงานและการปรับตัวสู่อนาคต” จากนั้นเป็นการอัปเดตเทคโนโลยีในหัวข้อ “การเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของ AI” โดย อาจารย์ ดร.สุธาสินี โทวุฒิกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ คุณสุทธิพงศ์ สุรักษ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปิดท้ายด้วยการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรในหัวข้อ “Teamwork & Collaboration: การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม” โดย คุณศรีทัย สีทิพย์ หัวหน้างานบริการกลางโรงพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อให้บุคลากรสามารถผสานทั้งทักษะเทคโนโลยีและทักษะการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ อัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ จังหวัดลำพูน

มารู้จักเราให้มากขึ้น

ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “หริภุญไชย” จังหวัดลำพูน